






JW Marriott Hotel Bangkok สถานที่จัดงานแต่งงานที่สวย ไม่ต้องตกแต่งก็ดูดี
ตอนหาสถานที่แต่งงานพิมกับมอส (เจ้าบ่าว) ไปดูหลายที่นะคะ แต่พี่สาวที่ทำงานด้านโรงแรมแนะนำมาว่า JW Marriott Hotel Bangkok (เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ) อาหารอร่อย พอเข้าไปดูสถานที่จริง เราชอบทั้งอาหารและบรรยากาศเลยค่ะ
แล้วที่ต้องพูดถึงเลยคือคุณจ๊ะโอ๋ เซลล์ของโรงแรมค่ะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไปคุย เขาไม่ได้บังคับหรือยัดเยียดอะไรเลย แค่ถามว่าเราต้องการอะไร แล้วก็แนะนำออกมาตรงจุด รู้สึกสบายใจมากที่ได้คุยกับเขา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือกที่นี่เลยค่ะ



เรามีเวลาเตรียมงานน้อยมาก ไม่ถึง 2 เดือน โชคดีที่ได้มาเจอคุณจ๊ะโอ๋ เพราะเขาช่วยเหลือทุกอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่แรกที่คุยกัน เราบอกงบประมาณที่ต้องการไป เขาช่วยจัดการให้ทั้งส่วนของโรงแรม รวมถึงช่วยหาทีมตกแต่งที่สามารถทำตามงบได้ เอามาเป็น Option ให้เลือก เราไม่ต้องวุ่นวายหาเองเลย ประหยัดเวลาไปได้มาก ส่วนร้านอื่น ๆ เราหาข้อมูลจากโซเชียลเยอะ ๆ ก็ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายและเร็วค่ะ




ตกแต่งงานสไตล์เรียบน้อย แต่สวยหรู ดูพิเศษ
เราจัดเป็นงานหมั้นเช้าเลี้ยงฉลองเย็นแยกห้องกัน แต่เลือกธีมสีงานเป็นโทนสีเขียว ขาว และกรมทั้ง 2 งานเลยค่ะ โดยเราต้องการตกแต่งสไตล์เรียบหรู อลังการ แต่ไม่เยอะเกินไป เป็นงานเรียบง่ายที่ดูมีอะไรค่ะ
ซึ่งงานหมั้นเราใช้ห้อง Manhattan Studio ที่มีกลิ่นอาย New York ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น และมีความสวยในตัวอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก นำแค่ดอกไม้ใส่แจกันมาประดับเท่านั้นเองค่ะ


ส่วนงานเลี้ยงใช้เป็นห้อง Sukhumvit Grand Ballroom ที่มีความเรียบหรูและขนาดกำลังเหมาะกับการเซ็ต Long Table 170 ที่นั่งพอดีค่ะ ที่เราเลือกเซ็ตเป็นโต๊ะยาว เพราะเราจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์และรู้สึกว่าแบบนี้ดูสวย เข้ากับบรรยากาศการตกแต่งงานที่อยากได้พอดี แขกก็ได้นั่งมองหน้า พูดคุยกันง่าย ซึ่งคุณจ๊ะโอ๋ก็ช่วยดูเรื่องอุปกรณ์และผ้าปูโต๊ะต่าง ๆ ให้แมชต์ตามธีมด้วยค่ะ
ในห้องตรงเวทีเราใช้จอ LED เป็นหลัก ก็จะตกแต่งเวทีด้วยดอกไม้ กิ่งไม้ หญ้าและงานผ้าให้เข้ากับฉากจอ บริเวณหน้าห้องจัดงาน ตรง Backdrop จะเป็นฉากม่านสีขาว ประดับดอกไม้สีขาวฟ้า กิ่งไม้และหญ้าสีเขียว เสริมด้วยกระดาษจับช่อให้ดูมีดีเทลมากขึ้นค่ะ





พิธีหมั้น เลี้ยงฉลอง ปาร์ตี้ ครบ จบ ในที่เดียว
พิธีหมั้นช่วงเช้าเป็นแบบจีนที่จัดรวบให้กระชับค่ะ มีแห่ขันหมาก เล่นประตูเงินประตูทอง สวมแหวน พิธียกน้ำชาและรับไหว้ แล้วก็มีส่งตัวที่เราทำพิธีที่ห้องพักในโรงแรมเลยด้วย ทุกอย่างครบ จบในที่เดียวเลยค่ะ
ในส่วนของที่ต้องให้แขก เราพยายามเลือกที่คิดว่าแขกจะได้ใช้จริง เลยมองเป็นพวกเครื่องหอมที่ช่วยเรื่องการผ่อนคลาย ของรับไหว้จึงเลือกเป็นน้ำหอมปรับอากาศกับหินปรับอากาศพร้อมน้ำมันหอมระเหย ส่วนของชำร่วยก็เลือกเป็นเทียนหอมกลิ่นมัทฉะลาเต้ ที่เป็นกลิ่นจากร้านกาแฟของเราเองค่ะ







ส่วนงานเลี้ยง เราไม่อยากให้ยืดเยื้อ เลยตัดดีเทลบางส่วนออกไป เน้นเป็นความสนุก โมเมนต์ดี ๆ มากกว่า อย่างตอนเปิดตัว เราไม่มีพรีเซนเทชั่น แต่จะให้คุณพ่อเดินมาส่งเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว มีเพื่อนพูด Speech ให้ฟัง มีตัดเค้กและมอบเค้กให้ผู้ใหญ่
ช่วงมอบเค้กให้ผู้ใหญ่ เราใช้เป็นเค้กของโรงแรมเลยค่ะ สามารถเลือกรสได้ด้วย ซึ่งเราเลือกเป็นเค้กช็อกโกแลตที่รู้สึกว่าเป็นรสที่ทานง่าย ตรงนี้มีโมเมนต์เล็ก ๆ คือคุณแม่ป้อนเค้กบ่าวสาวกลับด้วย ได้ทานเองก็รู้เลยว่าอร่อย ไม่หวานมากค่ะ (หัวเราะ)



หนึ่งในไฮไลต์ที่คนพูดถึงเลยคือช่วงดึงริบบิ้นช่อดอกไม้ที่ใช้แทนการโยน เพราะเราคิดว่าการโยนบางทีมีคนไม่กล้ารับ หรืออาจจะเกร็งกัน และไม่สะดวกกับเพื่อนบางคนที่แต่งชุดมาสวย ๆ ซึ่งทุกคนก็ดูโอเคกับวิธีนี้ค่ะ
หลังจบพิธีการก็จะเป็น After Party ที่บ่าวสาวเปิดตัวเข้ามารินแชมเปญ แล้วปล่อยให้ทุกคนได้ดื่ม กิน คุยสังสรรค์ เฮฮากันถึงเที่ยงคืนค่ะ



จบงานแต่งแล้ว เราต้องขอบคุณคุณจ๊ะโอ๋มากๆ เลยค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปคุย เขาเข้าใจว่าเราต้องการอะไรในงบที่มีอยู่ ช่วยแนะนำทีมตกแต่งที่เหมาะกับงบ ประสานทีมรันคิว วาง Flow งาน ดูแลอย่างใกล้ชิดจนถึงวันงาน ทีมตกแต่งที่หามาให้ก็จัดงานออกมาสวยมากกว่าที่คิด แขกชมกันเยอะ แล้วหลังงานก็ยังติดตามถามอีกด้วย เหมือนได้ Wedding Planner ท่านหนึ่งมาช่วยเลยค่ะ (หัวเราะ)
ส่วนของโรงแรมก็ดีมาก มีมุมให้ไปเก็บภาพถ่ายรูปเยอะ ที่จอดรถเพียงพอ อาหารอร่อย เมนูบุฟเฟ่ต์เยอะมาก พนักงานอื่น ๆ ก็ให้บริการที่ดี แม้จะเตรียมงานภายในไม่ถึง 2 เดือน แต่ทุกอย่างออกมาสวยงามตามที่วางแผนไว้ ประทับใจให้ 10 เต็ม 10 เลยค่ะ




แนะนำบ่าวสาว
คุยกับครอบครัวให้ชัดก่อนเริ่ม : ตกลงรูปแบบงาน งบ และความต้องการจากทุกฝ่ายให้เรียบร้อยก่อน พอเริ่มต้นกับทีมโรงแรมแล้วจะทำขั้นต่อไปได้ง่ายขึ้นมากค่ะ
เลือกสถานที่สวยช่วยประหยัดงบ : ถ้างบตกแต่งจำกัด ลองเลือกสถานที่ที่ห้องสวยอยู่แล้ว จะช่วยประหยัดได้เยอะ แล้วเอางบไปเน้นจุดอื่นที่สำคัญกว่าแทนค่ะ
ถ้าเวลาน้อย ตัดสินใจให้เร็ว : เมื่อตัดสินใจได้เด็ดขาดจะทำให้งานเดินหน้าได้ไว ไม่ต้องรอนั่นรอนี่ แล้วงานจะออกมาดีกว่าที่คิดค่ะ
หาข้อมูลให้เยอะ ช่วยให้ตัดสินใจง่าย : ดูรีวิว หาข้อมูลจากโซเชียลให้เยอะ จะช่วยให้เห็นข้อดีข้อเสีย ตัวอย่างงาน ทำให้ตัดสินใจเลือกสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
ให้ความสำคัญกับเซลล์ของโรงแรม : เซลล์ที่ดีไม่ใช่แค่คนขาย แต่เป็นเหมือน Partner ที่ช่วยดูแลทุกอย่างตั้งแต่ต้น ลองคุยกับเขาก่อนตัดสินใจว่าเคมีตรงกันมั้ยค่ะ






